วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557


วันนี้ฉันจะมานำเสนอวิธีการเปลี่ยนสีผมโดยใช้ Photoshop กันนะจ๊ะ

1. เปิดไฟล์ภาพขึ้นมา ใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Quick Selection Tool ค่อยๆ คลิกลากบริเวณเส้นผมของนางแบบ โดยปรับหัวเล็กใหญ่ตามความเหมาะสม ใช้ปุ่มลัดคือ "[" และ "]" ต้องเปลี่ยนภาษาคีย์บอร์ดให้เป็น US ก่อน หรือเลือกที่ Properties bar ด้านบนก็ได้  ถ้ามันเลยบริเวณที่ต้องการก็เปลี่ยนหัวเป็น "-" แล้วค่อยลากลบออก






2. ต่อมาให้คลิกที่ปุ่มด้านบนที่ชื่อว่า Refine Edge… เพื่อปรับค่า

3. จะมีหน้าต่างให้ปรับค่าต่างๆ   View Mode ปรับมุมมอง เพื่อให้เราทำงานได้ง่าย ลองปรับดู
ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ Smart Radius แล้วลองปรับค่าดูมันจะดูเนียนขึ้น 


4. ถ้ายังไม่เนียนพอ ให้ใช้ Refine Radius Tool Expands detection area ก็จะมีหัวแปรง ให้ค่อยลาก บริเวณที่ยังไม่เนียน จะทำให้แบ็คกราวจางลงไป 




5.เมื่อคิดว่าน่าจะเนียนแล้วก็คลิก OK หลังจากนั้น ที่ Layer  ให้คลิกที่  Create new fill or adjustment layer แล้วเลือกที่ Hue/Saturation...



6. ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้ปรับค่า ให้ติ๊กที่ Colorize ก่อน แล้วไล่ปรับ ค่าสี ที่แถบ Hue,  ความเข้ม ให้ปรับที่ Saturation,   ความสว่างที่แถบ Lightness   ลองปรับดูนะจ๊ะ  แต่ฉันทำอาจจะไม่เนียนเท่าไหร่ เพราะรีบ!!! 


จากนั้น ก็จะได้สีผมสีใหม่ที่ต้องการ
หมายเหตุ : ถ้าภาพยิ่งละเอียดเท่าไหร่ ก็จะง่ายขึ้นและเนียนขึ้นเท่านั้น






เปลี่ยนสีผมแบบง่ายๆ ด้วย Photoshop


วันนี้ฉันจะมานำเสนอวิธีการเปลี่ยนสีผมโดยใช้ Photoshop กันนะจ๊ะ

1. เปิดไฟล์ภาพขึ้นมา ใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Quick Selection Tool ค่อยๆ คลิกลากบริเวณเส้นผมของนางแบบ โดยปรับหัวเล็กใหญ่ตามความเหมาะสม ใช้ปุ่มลัดคือ "[" และ "]" ต้องเปลี่ยนภาษาคีย์บอร์ดให้เป็น US ก่อน หรือเลือกที่ Properties bar ด้านบนก็ได้  ถ้ามันเลยบริเวณที่ต้องการก็เปลี่ยนหัวเป็น "-" แล้วค่อยลากลบออก






2. ต่อมาให้คลิกที่ปุ่มด้านบนที่ชื่อว่า Refine Edge… เพื่อปรับค่า

3. จะมีหน้าต่างให้ปรับค่าต่างๆ   View Mode ปรับมุมมอง เพื่อให้เราทำงานได้ง่าย ลองปรับดู
ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ Smart Radius แล้วลองปรับค่าดูมันจะดูเนียนขึ้น 


4. ถ้ายังไม่เนียนพอ ให้ใช้ Refine Radius Tool Expands detection area ก็จะมีหัวแปรง ให้ค่อยลาก บริเวณที่ยังไม่เนียน จะทำให้แบ็คกราวจางลงไป 




5.เมื่อคิดว่าน่าจะเนียนแล้วก็คลิก OK หลังจากนั้น ที่ Layer  ให้คลิกที่  Create new fill or adjustment layer แล้วเลือกที่ Hue/Saturation...



6. ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้ปรับค่า ให้ติ๊กที่ Colorize ก่อน แล้วไล่ปรับ ค่าสี ที่แถบ Hue,  ความเข้ม ให้ปรับที่ Saturation,   ความสว่างที่แถบ Lightness   ลองปรับดูนะจ๊ะ  แต่ฉันทำอาจจะไม่เนียนเท่าไหร่ เพราะรีบ!!! 


จากนั้น ก็จะได้สีผมสีใหม่ที่ต้องการ
หมายเหตุ : ถ้าภาพยิ่งละเอียดเท่าไหร่ ก็จะง่ายขึ้นและเนียนขึ้นเท่านั้น






วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

วันนี้จะสอนวิธีเปลี่ยนภาพสี ให้เป็นภาพขาว-ดำ วิธีการทำนั้นมันมีอยู่หลายวิธีแล้วแต่จะทำวิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับความรู้ ความถนัด หรือ ความชอบ แต่ฉันจะสอน 2 วิธี

วิธีที่ 1

- เปิดภาพสีขึ้นมา(จะเปิดภาพขาว-ดำมาไมเล่า)  ภาพต้องอยู่ในโหมด RGB ถ้าไม่ใช่โหมดนี้ก็เปลี่ยนมันซะ โดยเข้าที่เมนู Image-> Mode-> RGB Color


1. เมื่อปรับภาพให้อยู่ในโหมด RGB แล้ว ต่อไปก็ให้เข้าไปที่เมนู Image->Adjustments->Black & White...


2. จากนั้นจะมีหน้าต่างปรับค่าต่างๆ จะลองปรับดูก็ได้ หรือไม่ก็กด OK ไปเลยย
3. ก็จะได้ภาพขาวดำแล้ว อย่าลืมสำรองภาพไว้ก่อนนะ เพราะจะให้มันเปลี่ยนเป็นสีเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว



วิธีที่ 2

1. ให้เปิดหน้าต่าง Layer ขึ้นมา โดยไปที่เมนู Window->Layers
 

2. คลิกที่ไอคอน Create new fill or adjustment layer แล้วเลือกไปที่ Hue/Saturation…







3. ปรับค่า Saturation เป็น 0 ภาพก็จะกลายเป็นสีขาว-ดำ ทันที  เป็นอันว่าเสร็จพิธีจ้าาา







เปลี่ยนภาพสีให้เป็นขาวดำ ด้วย Photoshop

วันนี้จะสอนวิธีเปลี่ยนภาพสี ให้เป็นภาพขาว-ดำ วิธีการทำนั้นมันมีอยู่หลายวิธีแล้วแต่จะทำวิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับความรู้ ความถนัด หรือ ความชอบ แต่ฉันจะสอน 2 วิธี

วิธีที่ 1

- เปิดภาพสีขึ้นมา(จะเปิดภาพขาว-ดำมาไมเล่า)  ภาพต้องอยู่ในโหมด RGB ถ้าไม่ใช่โหมดนี้ก็เปลี่ยนมันซะ โดยเข้าที่เมนู Image-> Mode-> RGB Color


1. เมื่อปรับภาพให้อยู่ในโหมด RGB แล้ว ต่อไปก็ให้เข้าไปที่เมนู Image->Adjustments->Black & White...


2. จากนั้นจะมีหน้าต่างปรับค่าต่างๆ จะลองปรับดูก็ได้ หรือไม่ก็กด OK ไปเลยย
3. ก็จะได้ภาพขาวดำแล้ว อย่าลืมสำรองภาพไว้ก่อนนะ เพราะจะให้มันเปลี่ยนเป็นสีเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว



วิธีที่ 2

1. ให้เปิดหน้าต่าง Layer ขึ้นมา โดยไปที่เมนู Window->Layers
 

2. คลิกที่ไอคอน Create new fill or adjustment layer แล้วเลือกไปที่ Hue/Saturation…







3. ปรับค่า Saturation เป็น 0 ภาพก็จะกลายเป็นสีขาว-ดำ ทันที  เป็นอันว่าเสร็จพิธีจ้าาา







วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557


สวัสดีชาวโลกจ้าาา ฉันได้เปิดบล็อกของฉันใหม่ ไม่รู้จะตั้งชื่ออะไร ชื่อ "ว้าว" ละกัน ฮ่าๆๆๆ ฉันจะมาสอนโปรแกรม โฟโต้ช้อป(Adobe Photoshop) อิลาสเตเตอร์(Adobe Illustrator)และ อาจจะมีอินดีไซน์(Adobe Indesign) ด้วย อย่างง่ายๆ บ้านๆ กันเลยทีเดียวเชียว เพราะว่าฉันไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านนี้โดยตรงนะจ๊ะ อาศัยลักจำเขามาอีกที

ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละโปรแกรมมันต่างกันอย่างไร ฉันจะอธิบายอย่างคร่าวๆ ดังนี้
Adobe Photoshop - เหมาะสำหรับงานด้านภาพถ่าย ตกแต่ง ตัดต่อ
Adobe Illustrator - เหมาะสำหรับงานด้านกราฟฟิก คือเขียนลายขึ้นมาเอง เช่นวาดการ์ตูน ลายเส้น ลวดลายต่างๆ ข้อดีคือ เวลานำงานไปขายใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ ความละเอียดของงานก็ไม่ได้ลดลง ซึ่งต่างจาก Photoshop ถ้าขยายภาพยิ่งเบลอ เพราะมันจะอิงเม็ดพิกเซลเล็กๆ ที่อยู่บนภาพนั่นเอง
Adobe Indesign - เหมาะสำหรับงานด้าน โบรชัวร์  งานที่มีจำนวนหน้าเยอะๆ

บางคนบอกว่าใช้ Adobe Illustrator ทำโบรชัวร์ก็ได้นิ  ฉันบอกเลยว่ามันทำได้ อันไหนก็ทำได้ MS Word ก็น่าจะทำได้  แต่อันไหนเหมาะมากกว่า เท่านั้นเอง เช่นทำหนังสือ 100 หน้า 3 โปรแกรมด้านบนทำได้หมด แต่ Adobe Indesign  คุณสามารถมองเห็น 100 หน้าเรียงกันเลย การจัดหน้า จัดตัวหนังสือจะง่ายกว่าอีก 2 โปรแกรมเยอะ!

สุดท้ายแล้วแต่ความรู้ ความสามารถ ความถนัดของแต่ละบุคคล  เทอญ

สวัสดีชาวโลกจ้าาา


สวัสดีชาวโลกจ้าาา ฉันได้เปิดบล็อกของฉันใหม่ ไม่รู้จะตั้งชื่ออะไร ชื่อ "ว้าว" ละกัน ฮ่าๆๆๆ ฉันจะมาสอนโปรแกรม โฟโต้ช้อป(Adobe Photoshop) อิลาสเตเตอร์(Adobe Illustrator)และ อาจจะมีอินดีไซน์(Adobe Indesign) ด้วย อย่างง่ายๆ บ้านๆ กันเลยทีเดียวเชียว เพราะว่าฉันไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านนี้โดยตรงนะจ๊ะ อาศัยลักจำเขามาอีกที

ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละโปรแกรมมันต่างกันอย่างไร ฉันจะอธิบายอย่างคร่าวๆ ดังนี้
Adobe Photoshop - เหมาะสำหรับงานด้านภาพถ่าย ตกแต่ง ตัดต่อ
Adobe Illustrator - เหมาะสำหรับงานด้านกราฟฟิก คือเขียนลายขึ้นมาเอง เช่นวาดการ์ตูน ลายเส้น ลวดลายต่างๆ ข้อดีคือ เวลานำงานไปขายใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ ความละเอียดของงานก็ไม่ได้ลดลง ซึ่งต่างจาก Photoshop ถ้าขยายภาพยิ่งเบลอ เพราะมันจะอิงเม็ดพิกเซลเล็กๆ ที่อยู่บนภาพนั่นเอง
Adobe Indesign - เหมาะสำหรับงานด้าน โบรชัวร์  งานที่มีจำนวนหน้าเยอะๆ

บางคนบอกว่าใช้ Adobe Illustrator ทำโบรชัวร์ก็ได้นิ  ฉันบอกเลยว่ามันทำได้ อันไหนก็ทำได้ MS Word ก็น่าจะทำได้  แต่อันไหนเหมาะมากกว่า เท่านั้นเอง เช่นทำหนังสือ 100 หน้า 3 โปรแกรมด้านบนทำได้หมด แต่ Adobe Indesign  คุณสามารถมองเห็น 100 หน้าเรียงกันเลย การจัดหน้า จัดตัวหนังสือจะง่ายกว่าอีก 2 โปรแกรมเยอะ!

สุดท้ายแล้วแต่ความรู้ ความสามารถ ความถนัดของแต่ละบุคคล  เทอญ